วิเคราะห์ Traffic ของคู่แข่ง

เว็บไซต์ไหนมีทราฟฟิกเยอะๆ ก็หมายความว่าเป็นเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมสูง และก็หมายความต่อไปว่านี่เป็นคู่แข่งตัวฉกาจของเรา หากเราพบว่าเว็บไซต์ที่เล่นคีย์เวิร์ดเดียวกับเราล้วนแล้วแต่มีทราฟฟิกสูงลิบทั้งสิ้น เราอาจต้องทบทวนว่าควรเลี่ยงไปใช้คีย์เวิร์ดอื่นดีหรือเปล่า

ก่อนจะบอกวิธีเช็กทราฟฟิกของเว็บไซต์อื่น คุณต้องเข้าใจก่อนว่า เราไม่มีทางเช็กได้ชัวร์ 100% ว่าเว็บไซต์ของชาวบ้านเขามีทราฟฟิกในแต่ละวันแต่ละเดือนเท่าไหร่ ตัวเลขที่เราพอตรวจสอบได้เป็นแค่ตัวเลขประมาณการเท่านั้น เราต้องเป็นเจ้าของเว็บไซต์นั้น หรือไม่ก็แฮกเข้าไปในเว็บไซต์เป้าหมายนั้นครับ ถึงจะสามารถตรวจสอบทราฟฟิกได้ตรงตามจริง

ส่วนใครที่อยากอยากเช็กทราฟฟิกของคู่แข่งพร้อมข้อมูลอื่นๆ โดยละเอียด ผมอยากแนะนำให้ลองใช้เครื่องมือ Search by site ของเว็บไซต์ DoubleClick Ad Planner (ของ Google) ดูครับ เครื่องมือตัวนี้มีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้ แต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักกัน คุณแค่คลิกเข้าไปที่...

https://www.google.com/adplanner/#siteSearch

(คนที่จะใช้บริการนี้ได้ต้องมี Google Account และต้องล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนด้วย)

จากนั้นกรอกโดเมนเนมของเว็บไซต์เป้าหมายลงในช่องว่างใต้แท็บ Search by site ตามด้วยคลิกปุ่มเครื่องหมายลูกศร แค่นั้นเราก็จะเห็นข้อมูลของเว็บไซต์เป้าหมายแสดงขึ้นมามากมาย เช่น จำนวน Unique visitor (ผู้ชมเว็บไซต์ที่ไม่นับซ้ำคนเดิม), จำนวน Page views (เว็บเพจที่ถูกเปิดดู), ข้อมูล Avg time on site (เวลาเฉลี่ยที่ผู้ชมอยู่ในเว็บไซต์) ฯลฯ ข้อมูลพวกนี้เราจะเช็กรวมทั้งโลกหรือเลือกเช็กเฉพาะบางประเทศก็ได้ และนอกจากข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับทราฟฟิกของเว็บไซต์แล้ว เครื่องมือ Research ของ DoubleClick Ad Planner ยังบอกข้อมูลที่เป็นประโยชน์อีกหลายอย่าง เช่น กราฟแสดงกลุ่มผู้ชมเว็บไซต์แบ่งตามอายุ/เพศ/การศึกษา/รายได้, อันดับเว็บไซต์อื่นๆ ที่ผู้ชมเว็บไซต์เป้าหมายนิยมเปิดเข้าไปดูด้วย, อันดับความสนใจของผู้ชมเว็บไซต์, อันดับคีย์เวิร์ดที่คนนิยมใช้ในการค้นหาเว็บไซต์นั้น หรืออันดับของซับโดเมนที่ได้รับความนิยมสูง เป็นต้น

doubleclick

ตัวอย่างการใช้งาน Search by site ของ DoubleClick Ad Planner

ยังมีอีกทางเลือกหนึ่งครับ กรณีที่เราต้องการเปรียบเทียบความนิยมของเว็บไซต์หลายๆ เว็บว่าเว็บไหนได้รับความนิยมมากกว่ากัน เราก็ใช้บริการของ Google Trends ได้นะครับ รู้สึกผมจะเคยบอกไปแล้วว่า Google Trends ไม่ได้มีไว้ตรวจสอบเทรนด์ของคีย์เวิร์ดเท่านั้น แต่ยังตรวจสอบเทรนด์ของเว็บไซต์ได้ด้วย วิธีตรวจสอบเทรนด์ของเว็บไซต์ก็ง่ายนิดเดียว คือแทนที่จะกรอกคีย์เวิร์ดลงไปเหมือนตอนที่ตรวจสอบเทรนด์ของคีย์เวิร์ด เราก็เปลี่ยนมากรอกโดเมนเนมของเว็บไซต์เป้าหมายแทน แค่นี้ Google Trends ก็ให้ข้อมูลกับเราได้แล้ว ว่าเว็บไหนได้รับความนิยมมากกว่ากัน