เลือก Web Hosting ให้เป็นก็เห็นผลด้าน SEO

ก่อนจะตัดสินใจเลือกเว็บโฮสติ้ง (Web Hosting) คนส่วนใหญ่มักต้องพิจารณาสเป็กของเว็บโฮสติ้งอยู่แล้ว ทั้งเรื่อง Disk Space(พื้นที่จัดเก็บข้อมูล), Data Transferหรือ Bandwidth (ปริมาณการรับ-ส่งข้อมูล), Domain (จำนวนโดเมนเนมที่ใช้งานได้), MySQLDatabase (จำนวนฐานข้อมูล MySQLที่สร้างได้), Email Account(จำนวนอีเมลแอ็กเคาต์ที่สร้างได้) หรือระบบ CMS ที่เว็บโฮสติ้งนั้นๆ รองรับ เป็นต้น และที่แน่ๆ ทุกคนก็ต้องเปรียบเทียบเรื่องราคาว่าคุ้มค่าแค่ไหน ผู้ให้บริการรายไหนมีข้อเสนอที่ดีกว่ากันในราคาที่ใกล้เคียงกัน เช่นว่า บางรายให้โดเมนเนมเราใช้ฟรีๆ ในปีแรก บางรายมีบริการติดตั้ง CMS ต่างๆ ให้ฟรี บางรายจดโดเมนเนมภาษาไทยได้ด้วย หรือบางรายก็มีบริการเสริมอื่นๆ แล้วแต่จุดขายที่งัดมาแข่งขันกัน

โลกอินเทอร์เน็ตเติบโตมากขึ้นทุกวัน มีเว็บไซต์เกิดใหม่ไม่เว้นแต่ละนาที แล้วเดี๋ยวนี้การที่ใครสักคนจะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว เพราะมีระบบ CMS เข้ามาทำหน้าที่สร้างและพัฒนาเว็บไซต์ให้เรา เช่น Joomla!, Drupal, Mamboหรือ WordPress

ยุคนี้เราจึงมีเว็บไซต์ (หรือบล็อก) เป็นของตัวเองได้ง่ายๆ เมื่อวงการเว็บไซต์เติบโต วงการเว็บโฮสติ้งซึ่งให้บริการพื้นที่สร้างเว็บไซต์ก็เติบโตตามไปด้วย อย่าว่าแต่บริการเว็บโฮสติ้งเมืองนอกเลยครับ แค่ในประเทศไทยเราเองก็มีผู้ให้บริการด้านนี้เยอะมาก ต่างฝ่ายต่างก็งัดกลยุทธ์เด็ดเพื่อแย่งลูกค้ากัน พร้อมๆ กับมีบริการเว็บโฮสติ้งหน้าใหม่เปิดตัวขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ผลประโยชน์ก็ตกอยู่กับผู้ใช้บริการอย่างเรานี่แหละ เพราะยิ่งมีการแข่งขันกันสูง เราก็มีแนวโน้มจะได้ใช้บริการเว็บโฮสติ้งที่มีคุณภาพมากขึ้นด้วยราคาที่ต่ำลง

เมื่อมีบริการเว็บโฮสติ้งให้เลือกใช้เป็นจำนวนมาก นักสร้างเว็บไซต์หน้าใหม่จึงอาจเลือกไม่ถูกว่าจะใช้บริการเจ้าไหนดี เรื่องนี้ถ้าจะให้อธิบายคงต้องร่ายกันยาวครับ งั้นผมขอพูดถึงในแง่ของการทำ SEO ก็แล้วกัน บางคนอาจคิดว่าการเลือกเว็บโฮสติ้งไม่น่าจะมีผลด้าน SEO แต่จริงๆ แล้วมีผลนะครับ แม้จะไม่ได้ส่งผลโดยตรงก็ตาม คุณลองนึกดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากบอตของเสิร์ชเอนจิ้นไต่เข้ามาเก็บข้อมูลในเว็บไซต์ของเรา แล้วเว็บโฮสติ้งที่เราใช้บริการอยู่เกิดล่มขึ้นมาในจังหวะนั้น เมื่อเว็บโฮสติ้งล่ม เว็บไซต์ของเราก็ล่มตามไปด้วยโดยปริยาย จะไม่มีใครเข้าถึงข้อมูลในเว็บไซต์ของเราได้ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือบอต

ผลเสียที่เกิดขึ้นจากการที่เว็บโฮสติ้งของเราล่ม หรือเกิดความขัดข้องขณะที่บอตกำลังเข้ามาเก็บข้อมูลก็คือ บอตจะเก็บข้อมูลได้ไม่ครบถ้วน หรืออาจถึงขั้นเข้ามาเก็บข้อมูลไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ซึ่งนั่นจะส่งผลด้านลบต่อการทำ SEO เป็นอย่างยิ่ง ซ้ำร้ายกว่านั้น หากเว็บโฮสติ้งที่เราเช่ามีปัญหาบ่อยๆ เสิร์ชเอนจิ้นอาจมองว่าเว็บไซต์ของเราขาดความน่าเชื่อถือก็ได้ เพราะเว็บไซต์ที่มีคุณภาพย่อมเลือกใช้เว็บโฮสติ้งที่มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพสูง มีความเสถียร มีความมั่นคงปลอดภัย และทำงานได้อย่างรวดเร็ว มีแต่เว็บไซต์คุณภาพต่ำเท่านั้นแหละที่เน้นเลือกเว็บโฮสติ้งแย่ๆ ราคาถูกเวอร์ๆ แต่มีคุณภาพต่ำ เดี๋ยวล่มเดี๋ยวเจ๊ง เดี๋ยวมีปัญหานี่เดี๋ยวมีปัญหานั่น

การตรวจเช็กคุณภาพของเว็บโฮสติ้งน่ะไม่มีเทคนิคอะไรที่เราสามารถทำได้หรอก แล้วคุณก็อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาของผู้ให้บริการเหล่านั้น เพราะคงไม่มีผู้ให้บริการหน้าไหนโฆษณาไว้ทำนองว่า “เว็บโฮสติ้งของเราล่มถี่ล่มบ่อยจนคุณสัมผัสได้” หรือ “เราเป็นหนึ่งในเรื่องล่ม!” วิธีที่พอจะช่วยตรวจสอบเรื่องนี้คือให้คุณลองเข้าไปดูเว็บบอร์ดของผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้งเหล่านี้ เพื่อสำรวจว่ามีเสียงสะท้อนจากผู้ใช้บริการทำนองไหนบ้าง หรืออีกวิธีหนึ่งคือเสิร์ชหาจาก Google เอาโดยตรงเลย เพื่อดูว่าในโลกออนไลน์มีคนพูดถึงผู้ให้บริการรายนั้นไว้ว่ายังไงกันบ้าง ถ้าไม่พบเสียงสะท้อนในแง่ลบ เว็บโฮสติ้งแห่งนั้นก็เป็นตัวเลือกที่ดีตัวเลือกหนึ่งสำหรับคุณ

นอกจากคุณสมบัติด้านเทคนิคต่างๆ แล้ว คุณต้องไม่ลืมว่าบริการเว็บโฮสติ้งที่ดีต้องมีระบบซับพอร์ต (Support) หรือทีมงานสนับสนุนที่ดีด้วย ไม่ใช่ว่าพอเกิดปัญหาแล้วโทรไปสอบถามก็ไม่คนรับสาย หรือช่วยแก้ปัญหาให้เราอย่างไม่เต็มใจ ทำน้ำเสียงเหมือนกับเราไปรบกวนความสุข หรือแจ้งปัญหาอะไรไปก็ใช้เวลานานกว่าจะตอบสนองอะไรมาได้

บริการเว็บโฮสติ้งที่มีระบบซับพอร์ตดีจะช่วยแก้ไขปัญหาให้เราได้อย่างรวดเร็วและด้วยความเต็มใจ ถ้าคุณอยากรู้ว่าเว็บโฮสติ้งที่คุณหมายตาอยู่สอบผ่านในเรื่องนี้หรือเปล่า ผมแนะนำให้คุณใช้เทคนิคง่ายๆ คือโทรศัพท์ไปพูดคุยสอบถามเรื่องนั้นเรื่องนี้ ยิ่งคุณแกล้งทำเป็นไม่รู้ประสีประสาด้วยจะยิ่งดี เพราะจะวัดความเอาใจใส่ต่อลูกค้าของบริการเว็บโฮสติ้งเจ้านั้นได้ชัดเจนขึ้น หากคุณพบว่าอีกฝ่ายใส่ใจคุณ ยินดีให้บริการด้วยความเต็มใจ มีความกระตือรือร้น คุณก็ค่อยตัดสินใจเช่าเว็บโฮสติ้งครับ